คณะบาทหลวงซิเตอร์ประชุมเตรียมงานต้อนรับพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญพระสันตะปาปาทั้ง 2 พระองค์

 DSC06661

          วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557 คณะบาทหลวงซิเตอร์ประชุมเตรียมงานต้อนรับพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของนักบุญพระสันตะปาปาทั้ง 2 พระองค์ ซึ่งจะมีการจัดงานต้อนรับพระธาตุของนักบุญทั้ง 2 พระองค์ ในวันที่ 15 ธันวาคม 2557 โดยโรงเรียนเซนต์ยอแซฟกุฉินารายณ์ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพ ดูภาพทั้งหมด

 

saint pope2557

พระธาตุนักบุญยอห์น ปอลที่ 2
และนักบุญยอห์น ที่ 23 พระสันตะปาปา

            ประเทศไทยได้รับเกียรติจากวาติกันอย่างสูงสุด จึงตอบรับคำขอจากสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย และมอบพระธาตุชั้นหนึ่งของนักบุญทั้งสองให้เป็นสมบัติอันถาวรแก่พระศาสนจักรท้องถิ่นในประเทศไทย เพื่อเป็นองค์อุปถัมภ์ในโอกาสฟื้นฟูการประกาศข่าวดีในยุคใหม่ (New Evangelization) โดยเฉพาะโอกาส 350 ปี แห่งการประชุมสมัชชาครั้งแรกที่เกิดขึ้น ณ พระนครศรีอยุธยาในปี ค.ศ. 1664 ซึ่งพวกเราจะเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม 2014 จนถึงปลายปี 2015 ขณะเดียวกันในปี ค.ศ. 2015 ที่จะถึงนี้ พระศาสนจักรจะฉลอง 50 ปี แห่งการยกระดับการปกครองในรูปแบบ “สังฆมณฑล” (Diocese) 8 แห่งด้วยกัน

          พระธาตุของนักบุญยอห์น ที่ 23 เป็นพระมังสะแท้ของพระองค์ กล่าวคือ เป็นส่วนหนึ่งของพระวรกายของพระสันตะปาปายอห์น ที่ 23 ที่ไม่เปื่อยเน่า จึงถือว่าเป็นพระธาตุชั้นหนึ่งที่เราได้รับมา

          พระธาตุของนักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 นั้น เป็นหยดพระโลหิตของพระองค์เอง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่โรงพยาบาลเคยขอเก็บเอาไว้ ขณะที่พระองค์รักษาพระวรกายที่นั่น จึงเป็นพระธาตุชั้นหนึ่งเช่นเดียวกัน

 

พระธาตุ เป็นวัตถุซึ่งเกี่ยวข้องกับบรรดานักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ แบ่งเป็น 3 ระดับคือ

 ชั้นที่ 1 หมายถึง ร่างกาย หรือส่วนของร่างกาย  เช่น ลิ้นของนักบุญอันตนแห่งปาดัว  (ที่สักการสถานที่เมืองปาดัว ภาคเหนือของอิตาลี)

 ชั้นที่ 2 หมายถึงชิ้นส่วนของเสื้อผ้า หรือภาชนะสิ่งของบางอย่าง   ที่นักบุญเคยใช้

 ชั้นที่ 3 หมายถึงสิ่งที่ถูกนำไปสัมผัสกับพระธาตุชั้นที่ 1

 พระศาสนจักรสมัยศตวรรษแรก  มีความเคารพต่อสิ่งเหล่านี้มาก หรือน้อยแตกต่างกันโดยขึ้นกับสมัยและวัฒนธรรม บางแห่งมีการเสริมแต่ง เป็นเรื่องเล่าสืบทอดต่อกันมาเป็นธรรมดา พระศาสนจักรคาทอลิกจึงรอบคอบ  ใช้เวลาวินิจฉัยนานพอสมควร กว่าจะให้การรับรองความดีงาม หรือความจริงแท้ หรือประกาศแต่งตั้งใครเป็นบุญราศี (Beatification)  หรือ เป็นนักบุญ (Canonization) สำหรับเรื่อง พระธาตุก็เช่นกัน  พระศาสนจักรใช้เวลาพิจารณา หากพระธาตุมีลักษณะใหญ่ จะต้องได้รับการอนุญาตจากพระสังฆราช  ในกรณีที่เก็บรักษาไว้ในบ้านส่วนตัว

 พระธาตุที่สำคัญ  เกี่ยวกับพระทรมานของพระคริสตเจ้ามี 3 ประการ  ที่เก็บรักษาไว้ในมหาวิหารนักบุญเปโตร  และเปิดโอกาสให้ประชาชนแสดงความเคารพในระหว่างตรีวารปัสกา สัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์  รวมชิ้นส่วนไม้กางเขนแท้ ปลายหอกที่ทหารใช้แทงพระเยซู  และผ้าที่นางเวโรนีกาใช้เช็ดพระพักตร์พระเยซูระหว่างมรรคาศักดิ์สิทธิ์

 1. ผ้าตราสังข์ แห่งตุริน (Shroud of Turin)  หมายถึงผ้าพันพระศพของพระเยซูเจ้า ยาว 14 ฟุต 3 นิ้ว กว้างสูง 3 ฟุต 7 นิ้ว กล่าวกันว่าเคยอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส  ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 ต่อมาอยู่ที่เมืองตุริน ประเทศอิตาลี ตั้งแต่ ค.ศ. 1578  ได้มีความพยายามพิสูจน์ด้วยวิทยาการต่างๆ และอธิบายความทางเทววิทยา (Sindonology)

 2. พระธาตุรางหญ้าของพระเยซู (Nativity  Relics)   อยู่ที่มหาวิหารแม่พระที่กรุงโรม  ตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 กล่าวกันว่า  เป็นส่วนรางหญ้าแท้ 5 ชั้นของพระเยซู (Levantine sycamore boards)

 3. เสื้อยาวศักดิ์สิทธิ์  (The Holy Coat of Treves) จากพระวรสารนักบุญยอห์น 19 :23-24 “บรรดาทหารตรึงพระเยซูเจ้าแล้วก็นำฉลองพระองค์มาแบ่งออกเป็นสี่ส่วน.... ส่วนเสื้อยาวของพระองค์นั้นไม่มีตะเข็บ.... เราจับฉลากกันเถิด”  เล่ากันว่า  พระนางมารีย์เป็นผู้ทอเอง และเสื้อก็ขยายได้  เวลาที่พระเยซูเจ้าทรงเจริญวัย (แปลจาก  The Catholic Source Book  พิมพ์ครั้งที่ 3  โดยคุณพ่อ Peter Klein, Brown-Roa-USA 1999, p 433-434)

 ในหนังสือ Directory  on Popular Piety and Liturgy  : Principles and Guidelines  โดยสมณกระทรวงเรื่องพิธีกรรม  และกฎเกณฑ์ศีลศักดิ์สิทธิ์  วาติกัน,  ธันวาคม 2001 ข้อ 236-237 สอนว่า

 “สังคายนาวาติกันที่ 2 สอนให้แสดงความเคารพบรรดานักบุญอย่างที่เคยปฏิบัติมาตามประเพณี  พระธาตุของบรรดานักบุญ หมายถึง ร่างกาย  หรือส่วนของร่างกายของบรรดานักบุญ  ผู้ที่เป็นสมาชิกโดดเด่นของพระศาสนจักรและเป็นพระวิหารของพระจิต (เทียบ 1 คร 3, 16; 6,19; 2 คร 6,16 ) เพราะความศักดิ์สิทธิ์ขั้นวีรชน บัดนี้อยู่ในสวรรค์ แต่ครั้งหนึ่งได้ดำเนินชีวิตบนโลก สิ่งของซึ่งได้เป็นของบรรดานักบุญ  เช่น ของใช้ส่วนตัว  เสื้อผ้า  ลายมือ  เราถือเป็นพระธาตุ รวมทั้งสิ่งที่สัมผัสร่างกายของท่าน หรือหลุมศพ เช่น น้ำมัน  เสื้อผ้า  และรูปภาพ”

 “ในหนังสือ Missale Romanum  ยืนยันความถูกต้องของสถานที่พระธาตุของบรรดานักบุญ  ใต้พระแท่น  ของวัดที่มีชื่อนักบุญนั้นเป็นองค์อุปถัมภ์หรือแม้มิได้มรณสักขี (325)  การปฏิบัติเช่นนี้ หมายความว่า การเสียสละของบรรดาสมาชิกมีจุดเริ่มต้นในบูชาแห่งพระแท่น (326) อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์ถึงความสัมพันธ์กับบูชาของพระคริสต์ ของพระศาสนจักรทั้งโลก  ซึ่งถูกเรียกให้เป็นพยาน แม้กระทั่งถึงแก่ความตาย  ถึงความซื่อสัตย์ต่อพระเยซูเจ้า

ขอบคุณที่มา :
http://www.lasallechote.ac.th/weblink/lancat/show_christ.php?ch_id=39&image=text-9.jpg

scroll back to top